ในปัจจุบัน ผู้นำธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งสำคัญที่เกิดจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เพียงแค่เทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาเสริมการทำงาน แต่เป็นการปฏิวัติที่ส่งผลต่อทุกมิติขององค์กร ตั้งแต่กลยุทธ์การเติบโต การบริหารจัดการ ไปจนถึงวัฒนธรรมองค์กร ผู้นำที่สามารถปรับตัวและนำ AI มาใช้ได้อย่างชาญฉลาดเท่านั้นที่จะอยู่รอดและเติบโตในโลกธุรกิจที่ผันผวนนี้ได้สำเร็จ
งานวิจัยล่าสุดจาก Forbes ชี้ให้เห็นว่า บทบาทของผู้นำกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อ AI และความยั่งยืนกลายเป็นหัวใจหลักของการดำเนินธุรกิจ ซีอีโอไม่เพียงแต่ต้องกำหนดกลยุทธ์การเติบโต แต่ยังต้องสร้างวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันที่ส่งเสริมการผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับการดำเนินงาน ซีไอโอที่เคยนำร่องการใช้ AI กำลังก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในการผลักดันทั้งกลยุทธ์เทคโนโลยีและการเติบโตของธุรกิจ ในขณะที่ซีเอฟโอมีส่วนร่วมมากขึ้นในการประเมินการลงทุนด้านเทคโนโลยีและความยั่งยืน นี่ไม่ใช่แค่การนำ AI มาใช้ แต่เป็นการบูรณาการ AI ให้เป็นส่วนหนึ่งของดีเอ็นเอองค์กร
หนึ่งในอุตสาหกรรมที่กำลังเร่งปรับตัวคือ ภาคการประกันภัย โดย 71% ของผู้บริหารในอุตสาหกรรมนี้ให้ความสำคัญกับ AI เป็นอันดับแรก ผลสำรวจของ International Insurance Society ปี 2026 เผยให้เห็นว่า AI ได้เปลี่ยนจากความคาดหวังในอนาคตมาสู่เป้าหมายการดำเนินงานในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้บริหาร 17% ที่ยอมรับว่าองค์กรยังไม่พร้อมรับมือกับผลกระทบทั้งหมดของ AI ซึ่งแสดงให้เห็นถึงช่องว่างที่ต้องเร่งแก้ไข เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างเต็มที่และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
เบื้องหลังการเติบโตของ AI คือเทคโนโลยีพื้นฐานที่แข็งแกร่งอย่างที่ Corning (GLW) กำลังขับเคลื่อน โดยทำหน้าที่เป็น “เส้นประสาทแก้ว” ให้กับระบบ AI ด้วยยอดขายหลักที่พุ่งสูงถึง 16.41 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 และกำไรต่อหุ้นหลักที่เพิ่มขึ้น 29% แสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของบริษัทในการเป็นผู้จัดหาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการพัฒนา AI การขยายตัวของเทคโนโลยีที่รองรับ AI เช่นนี้กำลังเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นสัญญาณของการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลที่ใหญ่ขึ้นกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้
ภาวะผู้นำยุคดิจิทัลจึงไม่ได้หมายถึงแค่การเข้าใจเทคโนโลยี แต่เป็นการมีความสามารถในการปรับตัว สร้างความคล่องตัว และผสานรวมนวัตกรรมเข้ากับทุกส่วนขององค์กร ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่การเรียนรู้สิ่งใหม่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเลิกยึดติดกับแนวทางเดิมๆ และเปิดรับโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและ AI องค์กรที่ประสบความสำเร็จคือองค์กรที่สามารถรวมทีมงานเข้าด้วยกันเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ในอนาคตอันใกล้ AI และ IoT จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม 4.0 โดยเฉพาะในภาคการผลิต การลงทุนด้านฮาร์ดแวร์กำลังเปลี่ยนไปสู่ซอฟต์แวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะมากขึ้น การคาดการณ์จาก Bain ชี้ว่าเกือบครึ่งหนึ่งของรายได้อุตสาหกรรมจะขึ้นอยู่กับ “ข้อเสนอที่ขับเคลื่อนด้วย AI” ภายในปี 2030 ซึ่งหมายความว่าผู้นำต้องเตรียมพร้อมรับมือกับ “Digital Disruption” ที่จะมาถึง และพัฒนาคุณสมบัติและทักษะที่จำเป็นเพื่อให้องค์กรรอดพ้นและเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคที่เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก

